เคล็ดลับ ปลูกกัญชา อย่างไรให้ได้ผลผลิตดี

ปลูกกัญชา

กัญชานับว่าเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่อีกไม่นานน่าจะมีบทบาทสำคัญต่อวงการเกษตรของบ้านเราอย่างแน่นอน เนื่องจากการถูกปลดจากการเป็นสารเสพติดประเภทที่ 5 ดังนั้นวันนี้ผมจะมาว่ากันด้วยเรื่องของกัญชา ว่าในขณะนี้เราจะสามารถ ปลูกกัญชา ได้แล้วหรือยัง และเรียนรู้วิธีปลูกกัญชาเผื่อไว้ในอนาคตด้วย กัญชา คืออะไร กัญชา เป็นพืชให้ดอกที่มีต้นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียกลาง และก็นำไปกระจายปลูกในหลาย ๆ ส่วนของโลก เป็นพืชที่มีต้นตัวผู้และตัวเมียแยกกัน สารสําคัญในกัญชาคือสารแคนนาบินอยด์ ซึ่งมีมากกว่า 100 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งสารสำคัญคือ Tetrahydrocannabinol ซึ่งสารนี้ทำให้เกิดการกระตุ้นประสาท การที่จะมีสารนี้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และพื้นที่ที่ใช้ในการปลูก สายพันธุ์ที่ใช้ปลูก และวิธีการปลูก รวมถึงส่วนของกัญชาที่เรานำมาใช้ด้วย แต่ส่วนที่มีสารดังกล่าวนี้มากที่สุดคือบริเวณช่อดอกและใบ เรา ปลูกกัญชา ได้ตามกฎหมายหรือยัง การที่เราจะบอกว่าเราสามารถปลูกกัญชาได้อย่างเสรีตามครัวเรือนนั้น แท้จริงแล้วก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ การปลูกกัญชานั้นจำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจชุมชน และจำเป็นที่จะต้องจดแจ้งขออนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ หรืออยู่ท้องถิ่นของเราด้วย  จากข้อมูลอีกแหล่งกล่าวว่า เกษตรกรสามารถปลูกกัญชาได้ในกรณีที่ใช้ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและการพัฒนาการเกษตร หรืออุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และอื่น ๆ ถึงแม้ว่าในประมวลกฎหมายอาญาจะทำการตัดกัญชาออกจากการเป็นสารเสพติดแล้ว แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ดังนั้นหากจะกล่าวให้ถูกต้องคือ หากเราจะปลูกกัญชาเองที่บ้าน ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกจับกุมอยู่ ถึงแม้จะมีการพูดกันไว้นานมาแล้วก็ตาม ดังนั้นตอนนี้เราคงได้แต่เรียนรู้เพื่อรอวันที่เราสามารถปลูกกัญชาเสรีได้อย่างเสรีจริง ๆ วิธีปลูกกัญชา แบบฉบับของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร […]

ทำความเข้าใจเรื่องค่าการนำไฟฟ้า (EC) + ค่าที่เหมาะกับการ ปลูกกัญชา

ปลูกกัญชา

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พืชหรือ ปลูกกัญชา เจริญเติบโตได้ดีก็คือ การวัดค่าการนำไฟฟ้า (EC) เพราะ เป็นหน่วยการวัดการสุทธิของการดูดซึมธาตุอาหารโดยรวมของพืช เมื่อธาตุอาหารละลายกับน้ำจะทำให้เกิดการแบ่งตัวของไอออน และไอออนนั้นจะมีส่วนช่วยทำให้เกิดการสร้างกระแสไฟฟ้าในน้ำโดยไอออนยิ่งมากก็จะยิ่งสร้างกระแสไฟฟ้าในน้ำได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้แล้วมันไม่สามารถสร้างด้วยตัวเองได้ ดังนั้นจึงต้องมีการใช้การนำไฟฟ้าเพื่อวัดค่าค่าความเข้มข้นของปุ๋ยธาตุอาหารที่ใช้ในการปลูก โดยค่าการนำไฟฟ้านั้นสามารถสามารถบอกค่าความเป็นกรด-ด่างในพืชได้ โดยถ้าค่าEC ต่ำไปแสดงว่าพืชของเรากำลังได้รับสารอาหารที่ไม่เพียง แต่ถ้าค่าสูงเกินไปก็อาจจะทำให้รากเน่าได้และค่าEC นั้นเป็นไอออนที่ไม่สามารถแยกค่าของธาตุอาหารได้ ดังนั้นแล้วควรที่จะวัดค่าและดูแลอย่างใกล้ชิดไม่เช่นนั้นต้นไม้ พืชหรือ กัญชา อาจจะตายได้ ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใดหรือ ปลูกกัญชา ต่างก็ต้องได้รับการดูแลที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น หน่วยในการวัดค่าการนำไฟฟ้า (EC) EC  = (Electrical Conductivity – การนำไฟฟ้า) [1 mS/cm2 = 1 EC] PPM  = (Parts per Million – หน่วยต่อหนึ่งล้าน) [EC x 700] TDS = (Total Dissolved Solids – ปริมาณทั้งหมดของแข็งที่ละลาย) หรือจะใช้ […]

ทําความรู้จัก คลินิกกัญชาทางการแพทย์

คลินิกกัญชาทางการแพทย์

หลังจากที่ประเทศไทยได้มีการปลดล็อกกัญชาออกจากกลุ่มยาเสพติดได้มีนาน ทางด้านกระทรวงสาธารณะสุขก็ได้มีการจัดทำการเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ทั้งภาครัฐบาลและคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เอกชนทั่วประเทศจำนวนหลายร้อยแห่ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มีแนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรไทยอย่างกัญชากับกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง, ความจำเสื่อม, นอนไม่หลับ ว่าแต่คลินิกกัญชารักษาโรคอะไรได้บ้างและรายชื่อ คลินิกกัญชาทางการแพทย์ อยู่ที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า คลินิกกัญชาทางการแพทย์ คืออะไร คลินิกกัญชาทางการแพทย์เกิดจากแนวทางการรักษาผู้ป่วยระหว่างแบบแผนปัจจุบันและแผนโบราณ จัดตั้งโดยกระทรวงสาธารณะสุขที่เปิดขึ้นมาในการรองรับผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง รุนแรง เพื่อเป็นการบรรเทาอาการป่วยหนักของผู้ป่วยกลุ่มนี้ห้ได้รับการรักษาได้อย่างทันถ่วงที โดยจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำวิธีการรักษาและแนวทางการรักษาอย่างต่อเนื่อง และยังจะช่วยให้ลดความแออัดที่ผู้ป่วยจะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลท่ามกลางสถานการณ์เชื้อโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจจะเกิดความเสี่ยงของผู้ป่วยกลุ่มนี้ในการรับเชื้อมาโดยไม่รู้ตัวและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ก่อนถึงเวลาอันควร  คลินิกกัญชารักษาโรคอะไรได้บ้าง โดยหลักๆ ของคลินิกกัญชาทางการแพทย์ก็คือจะใช้รักษากลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดต่างๆ จากการได้เคมีบำบัด, กลุ่มผู้ป่วยที่กำลังรับเคมีบำบัดและมีผลข้างเคียงไม่ว่าจะคลื่นไส้, อาเจียน, น้ำหนักตัวลด, เบ่ออาหาร ซึ่งคลินิกกัญชาก็จะดูแลในเรื่องอาการเหล่านี้ได้ทุเลาลงได้บ้าง และกลุ่มผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน, อัลไซเมอร์ ที่มีการวิจัยมาแล้วว่าสารสกัดจากกัญชาจะช่วยคุมอาการของโรคเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี  รายชื่อคลีนิกกัญชาทางการแพทย์ ปัจจุบันมีคลินิกกัญชาทางการแพทย์เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐบาลหรือคลีนิกตามโรงพยาบาลของรัฐบาลทั่วประเทศมากกว่า 300 แห่ง อาทิ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, สถาบันจิตเวชสมเด็จเจ้าพระยา, โรงพยาบาลศรีธัญญา, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลจุฬารัตน์, โรงพยาบาลมหาสารคาม, โรงพยาบาลพุทธชินราช, โรงพยาบาลเชียงราย, ฯลฯ ซึ่งแต่ละท่านสามารถเช็คสถานพยาบาลใกล้บ้านและใกล้จังหวัดที่อยู่กันได้เลย นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้กัญชามาเป็นยารักษาโรคจามพรบ. พระราชบัญญัติยาเสพติดอีกด้วย  งานนี้เห็นทีว่าใครที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ตามข้างต้นที่ต้องดูแลเข้าข่ายที่สามารถใช้การรักษาจากกัญชาได้ […]

9 เคล็ดลับการ ปลูกกัญชา

ปลูกกัญชา

กลายเป็นกระแสโด่งดัง หลังจากได้มีการประกาศปลดพืชอย่างกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นพืชถูกกฎหมายไปเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายคนเริ่มให้ความสนใจกับการปลูกพืชชนิดนี้กันมากขึ้น วันนี้เรามาเอาใจสายเขียวด้วย 9 เคล็ดลับการ ปลูกกัญชา ให้ได้ต้นสวย ใบงาม ดอกใหญ่ พร้อมแล้วตามไปดูกันเลย 1.เริ่มต้นด้วยพันธุศาสตร์ที่ดี | ปลูกกัญชา หากต้องการให้กัญชาที่เราปลูกมีคุณภาพที่ดี จำเป็นต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนแรก หัวใจของการปลูกกัญชา คือ การเลือกเมล็ดหรือต้นกล้าที่มีคุณภาพสูง โดยทำการศึกษาถึงสายพันธุ์ที่หลากหลาย และเรียนรู้ถึงลักษณะพิเศษของแต่ละสายพันธุ์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด  หากเป็นต้นกล้าให้ดูลักษณะภายนอกทั้งร่องรอยแมลง เชื้อรา หรือโรคต่าง ๆ ก่อนจะนำมาเลี้ยง เพราะต้นกล้าที่ดีจะนำมาซึ่งผลผลิตที่ดีเช่นกัน 2.รักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป | ปลูกกัญชา ผู้ปลูกกัญชาจะรู้ดีว่าพืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทะเลทราย ดังนั้นการปลูกกัญชาในเมืองไทยแบบระบบ CO2 ช่วงกลางวันจะชอบอากาศอบอุ่น 26°c – 32°c ส่วนกลางคืนต้องหนาวเย็น 21°c – 27°c ดังนั้นให้รักษาอุณหภูมิประมาณนี้ไว้จะดีที่สุด 3.ควบคุมความร้อนและความชื้นให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย | ปลูกกัญชา ความชื้นในอากาศมีผลต่อการดูดซึมน้ำของพืช กัญชาในแต่ละช่วงวัยนั้นต้องการความร้อนและความชื้นในปริมาณที่แตกต่างกัน ต้นที่อายุน้อยสามารถทนความชื้นได้สูง 80% ช่วงทำต้นและใบจะไม่ชอบความชื้นที่ต่ำกว่า 40% ส่วนในช่วงทำดอกจะชอบสภาพแวดล้อมที่แห้ง […]

อ่านไว้ไม่เสียหลาย 6 ขั้นตอนปลูก ต้นกัญชา ที่ใครก็ทำได้

ต้นกัญชา

ต้นกัญชา กลายเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นมาในทันใดหลังจากที่การเลือกตั้งในคราวก่อนได้มีพรรคหนึ่งกล่าวไว้ว่า “กัญชาเสรีสามารถปลูกได้บ้านละ 6 ต้น” นั่นทำให้พืชเศรษฐกิจชนิดนี้กลับมาได้รับความสนใจและนิยมขึ้นมาอย่างคึกคักอีกครั้ง อีกทั้งยังเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นแล้ว เราจะมาสอนวิธีการปลูกต้นกัญชาด้วย 6 ขั้นตอนนี้  1.การเลือกเมล็ดพันธุ์ | ต้นกัญชา ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะ หากเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ไม่เข้ากับสภาพอากาศหรือเข้ากับสถานที่ก็อาจจะทำให้ทุกสิ่งที่ทำลงไปเป็นศูนย์ ดังนั้นแล้ว เราควรเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ทำเข้ากับสถานที่ปลูกและเข้ากับสภาพอากาศ ด้วยความที่สภาพอากาศของเรานั้นไม่เหมือนกับประเทศแทบฝั่งตะวันตก อีกทั้งบางสายพันธุ์ก็ไม่สามารถปลูกในที่สว่างได้ บางก็โตได้ดีในที่มืด เป็นต้น ดังนั้นจึงควรเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติตามที่เรากำหนด 2.สภาพแวดล้อม | ต้นกัญชา แบ่งเป็น 4 ปัจจัย ดังนี้ น้ำ กัญชาเป็นพืชที่ต้องการน้ำมากที่สุด เนื่องจากต้องใช้น้ำเป็นตัวล่อเลี้ยงพืชในการให้อาหาร ดังนั้นถ้าปลูกในปริมาณที่มากก็ต้องหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ เพราะนอกจากจะให้สารอาหารแล้วก็ยังสามารถล้างระบบไฮโดรโพนิก ค่า pH ได้อีกด้วย อุณหภูมิ แม้ว่ากัญชาจะสามารถเติบโตได้ดีทั้งในที่สภาพอากาศที่ร้อนและเย็น แต่ทั้งนี้ถ้าได้รับมากเกินไปก็อาจจะทำให้ต้นตายได้ ดังนั้นแล้วอุณหภูมิที่กำลังพอเหมาะก็คือ 27 องศานั่นเอง ดังนั้นแล้วการปลูกในที่ปิดจึงดีกว่าเพราะสามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วยเครื่องปรับอากาศนั่นเอง ดิน ควรเลือกใช้ดินที่มีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งปุ๋ยหมัก วิตามิน และแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อการปลูกกัญชาเป็นอย่างมาก ความชื้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเพราะหากทิ้งไว้ในที่มีความชื้นก็อาจจะทำให้เกิดเชื้อราได้ แต่ถ้าปลูกในที่ล่งก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นแต่ต้องระมัดระวังในเรื่องของสภาพอากาศมากกว่าเพราะเราไม่สามารถคาดการณ์มันได้ 3.ไฟสำหรับใช้ในการปลูกในที่ร่ม Growing […]

Indoor กับ Outdoor ปลูกกัญชา กัญชง แบบไหนดีกว่า?

ปลูกกัญชา กัญชง

สำหรับการ ปลูกกัญชา กัญชง คำถามที่หลายๆท่านมักจะตั้งข้อสงสัยกันก็คือจะเลือกปลูกแบบไหนดี ซึ่งจริงๆแล้วประเด็นหลักของการปลูกไม่ใช่รูปแบบแต่คือการเอาใจใส่ โดยจะต้องดูไปถึงความต้องการของพืชว่าต้องการองค์ประกอบะไรบ้างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแสงแดด ความชื้น น้ำ หรือว่าอุณหภูมิซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมเนื่องจากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปล้วนแต่มีผลต่อการเจริญเติบโตของ กัญชา ทั้งสิ้น  ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ทราบกันว่าสำหรับ กัญชา จะเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งแบบ INDOOR และแบบ OUTDOOR เลยทีเดียว แต่สำหรับสองวิธีการนี้ก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปโดยเราจะพาทุกท่านไปดูกันว่าจะมีข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบในการปลูกอย่างไรบ้าง  สำหรับการปลูก กัญชา แบบ INDOOR หรือที่เรียกว่าเป็นการปลูกแบบระบบปิดข้อดีของการ ปลูกกัญชา กัญชง ในรูปแบบนี้ก็คือผู้ปลูกสามารถที่จะควบคุมปัจจัยต่างๆกันได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณแสงแดด ความชื้น โดยจะเป็นการจำลองธรรมชาติเพื่อให้ กัญชา ต้นอ่อน สามารถเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่จะให้โตอย่างเต็มที่จะต้องใช้หลอดไฟเพื่อจำลองเป็นแสงอาทิตย์แต่แม้ว่าจะสามาระควบคุมปัจจัยต่างๆให้เป็นไปตามต้องการได้แต่จะตามมาด้วยค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม  แต่สำหรับบางท่านเรื่องของค่าไฟอาจจะไม่ใช่ปัญหาหลักแต่สิ่งสำคัญก็คือเรื่องของการดูแลรักษา โดยทุกท่านอาจคิดว่าการปลูกในระบบปิดเป็นการ ปลูกกัญชา กัญชง ง่ายๆ ที่ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ควบคุมสภาวะแวดล้อมเท่านั้นแต่จริงๆแล้วจะมีเรื่องของแมลงซึ่งถ้าหากปล่อยให้ติดตามเสื้อเข้ามาในห้องปลูกก็จะสร้างความเสียหายให้กับต้น กัญชา ที่ได้ทำการปลูกเอาไว้  สำหรับการปลูก กัญชา แบบ OUTDOOR จะเป็นระบบที่ไม่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้ ทั้งเรื่องของแสงเรื่องของความชื้น ซึ่งจาก งานวิจัยการปลูกกัญชา กัญชง มีการแนะนำว่าระยะเวลาของแสงที่เหมาะสมในการปลูก กัญชา ก็คือมากกว่า 12 ชั่วโมงใน […]

การ ขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ขออนุญาตปลูกกัญชา

ในที่สุดกัญชาก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดอีกต่อไป แถมประชาชนยังสามารถปลูกกัญชาหรือปลูกกัญชงได้อย่างถูกต้องแบบไม่ผิดกฏหมายอีกด้วย แต่จะต้องอยู่ในการควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขและจะต้อง ขออนุญาตปลูกกัญชา เพื่อให้เป็นกัญชาเสรี แบบถูกต้องกฏหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง, ยุ่งยากแค่ไหน, ใครสามารถขอในอนุญาตปลูกได้บ้างและจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ลองมาดูกันเลย  ใครสามารถ ขออนุญาตปลูกกัญชา ได้บ้าง อันดับแรกเลยคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลรัฐ, มหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีหน่วยงานเกี่ยวกับการสอนทางการแพทย์ภาคเภสัช, ภาควิชาเกษตรฯ, วิทยาศาสตร์, ฯลฯ รวมไปถึงผู้ที่ประกอบอาชีบหมอ ไม่ว่าจะหมอฟัน, หมอเฉพาะทางโรคอื่นๆ ที่จะต้องใช้ประโยชน์จากกัญชาไปรักษาโรค รวมไปถึงเกษตรกรที่ปลูกเพื่อการส่งเสริมภาคสหกรณ์หมู่บ้านในการส่งออกต่อไป คุณสมบัติ, การเตรียมเอกสารของผู้ ขออนุญาตปลูกกัญชา ต้องเป้นบุคคลที่มีสัญชาติไทย, มีที่อยู่ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย, มีโรงปลูกชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางกล้องวงจรปิด, แผนที่โรงปลูกกัญชา รวมไปถึงเอกสารต่างๆ ที่กฏหมายกำหนดในการยื่นเรื่อง พร้อมคำร้องต่างๆ ส่งให้กับกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาข้อเสนอในการปลูกขออนุญาตปลูกกัญชาและจะมีการพิจารณาขั้นตอนตามลำดับต่อไป การพิจารณาก่อนจะอนุญาตให้ปลูกกัญชา เมื่อยื่นเอกสารผ่านขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระทรวงสาธารณสุขก็จะต้องมาตรวจดูวัตถุประสงค์ตามที่ตรงข้อกำหนดก็คือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์, เพื่อเป็นสินค้าในการส่งออกสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ, เพื่อทำการวิจัยต่างๆ, เพื่อใช้รักษาเฉพาะโรคตามแบบฉบับแผนโบราณ, ฯลฯ หากผ่านตามนี้ก็จะได้รับการอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ต่อไป  การอบรมปลูกกัญชา เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆ แล้วผู้ยื่นเรื่องจะต้องเข้ารับการอบรมปลูกกัญชา เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและการควมคุมกัญชาภายใต้กฏกระทรวงสาธารณะสุขในการปลูกกัญชาที่ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งจะมีกฏหลักๆ ไม่มาก อาทิ โรงปลูกจะต้องชัดเจนสามารถตรวจสอบได้, ผังโรงปลูกกัญชาจะต้องชัดเจน, ต้องปลูกในปริมาณที่มีการกำหนดไว้เท่านั้น และการปลูกจะต้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ หรือตามแนวทางที่ทางรัฐบาลกำหนด […]

อัฟกู (AFGOO)

อัฟกู (AFGOO)

อัฟกูเป็นลูกผสมดังเดิมของอัฟกันนัมเบอร์วัน (Afghan #1) กับเมาอิ เฮซ (Maui Haze) รู้จักกันดีจากฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิด “ไม่สิ้นสุด” และให้ผลผลิตที่ยอดเยี่ยม เป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรชาวแคลิฟอร์เนียเอาไว้ได้ เป็นสายพันธุ์อัฟกันที่มีต้นสูงกว่า แซมด้วยรสหวานพิเศษจากโอซิมีนที่เกี่ยวโยงกับวงศ์สกังค์นัมเบอร์วัน (Skunk #1) การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ อัฟกูเป็นสายพันธุ์ที่มีฤทธิแรง ใช้สำหรับอาการปวด เนื่องจากสารแค่ริโอฟิลลีนที่มีอยู่มีส่วนทำให้เกิดฤทธิต้านการอักเสบ ดังนั้นสายพันธุ์นี้จึงเป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อักเสบ หลายคนอ้างว่าการดื้อต่อฤทธิ์ของอัฟกูเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสภาวะเรื้อรังต่างๆ หมายเหตุ เมื่อปี 2007 อัฟกูได้กลายมาเป็นสายพันธุ์ที่มีค่าในหมู่ตระกูลนักเพาะพันธุ์ชาวแคลิฟอร์เนียเหนือรุ่นเก่ากลุ่มเล็กๆ ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดที่กราสวัลเลย์ในเซียร์รา ประเภท: ลูกผสมชนิดใบกว้าง ประเภท 1 พันธุ์: Cannabis indica spp. afghanica.วันที่ผสมพันธุ์: น่าจะช่วงต้นทศวรรษ 1980พันธุกรรม: อัฟกันนัมเบอร์วัน (Afghan #1) และเมาอิ เฮซ (Maui Haze)ข้อมูลสารเทอร์ปืน: มีเมอร์ซีนมากที่สุด โดยมีโอชิมีนและแคริโอฟิลลีนมากเป็นอันดับสองสายพันธุ์ที่คล้ายกัน: อัฟกัน (Afghan) x สกังค์ (Skunk)การวางจำหน่าย: โคลนความง่ายในการปลูก: ให้ผลผลิตและความทนทานที่นักเพาะพันธุ์กลางแจ้งชื่นชอบมาเป็นเวลานานกลิ่น: อัฟกูมีกลิ่น […]

เคม91 (CHEM ’91)

เคม91 (CHEM '91)

มีเรื่องราวมากมายที่ดูเหมือนว่าจะย้อนกลับมาที่เคม 91 หรือที่รู้จักกันในชื่อ เชนดอว์ก (Chendawg) และเดอะ ด็อก (The Dog) ตั้งแต่เรื่องเมล็ดที่พบในถุงที่การแสดง Grateful Dead หรือเรื่องนักเพาะพันธุ์ชูเปอร์ สกังค์ (Super Skunk) ในแมสซาชูเซตส์ หรือเรื่องสายพันธุ์จากมอนทานาที่มาอยู่ในโคโลราโดเรื่องทีมงานจากฟลอริดา เรื่องผู้ปลูกทางตอนเหนืองของนิวยอร์ก และจากนั้นทั้งหมดก็มารวมกันอยู่ในแอลเอ เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยจนกว่าเราจะมีการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ดีขึ้น การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เคม91 หาได้ยากและมีผู้ป่วยเพียงไม่กี่รายที่สามารถครอบครองไว้ได้จนพบการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ไม่มากนัก แต่อาจเป็นต้นฉบับของกัญชาสายพันธุ์ที่มีเทอร์ปีนสูง มีฤทธิ์แรง หลายสายพันธุ์สามารถครองตลาดได้เป็นเวลานานกว่าทศวรรษ หมายเหตุ มีสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ของเคม91 ที่เป็นต้นที่ดูสุขภาพไม่ดีทว่าผลิตสารเทอร์ปีนที่เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นฉุน ซึ่งเป็นกลิ่นเหม็นของน้ำมันเชื้อเพลิงแซมด้วยกลิ่นหลุมฝังศพในภายหลังลักษณะเฉพาะนี้จะปรากฏเป็นรูปแบบของกลิ่นในสายพันธุ์ชาวเออร์ ดีเซล (SourDiesel), โอจี กูช (OG Kush) และสายพันธุ์อื่นๆ เอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ได้สร้างลัทธิแห่งนักเลงกัญชา ความโลภ และพฤติกรรมที่ไม่ดี บุคคลส่วนใหญ่ในเรื่องราวน่าทึ่งนี้ยังมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเรื่องราวของพวกเขาจะได้รับการบอกเล่าในสักวันหนึ่ง ประเภท: ลูกผสม ประเภท 1 พันธุ์: Cannabis indica ssp. afghanica x cannabis indica […]

เอซีดีซี (ACDC)

เอซีดีซี (ACDC)

เอซีดีซีเป็นสายพันธุ์ประเภท 3 สายพันธุ์แรกที่มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย การตรวจพันธุกรรมบ่งชี้ว่าเอซีดีซีเป็นลักษณะปรากฏของแคนนาโตนิก (Cannatonic) ซึ่งถือกำเนิดในสเปนในปี 2008 สืบเชื้อสายมาจากนิวยอร์กซิตี้ ดีเซล(New York City Diesel) ตัวผู้ที่โชคดีพอที่ได้สืบทอดยีน CBD ซินเทส เมล็ดแคนนาโตนิกหาได้จากผู้เพาะพันธุ์เรซิน ซีดส์ (Resin Seeds) เมล็ดแคนนาโตนิกประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ให้ลักษณะปรากฏของเอซีดีซี สายพันธุ์นี้แสดงเชื้อสายของดีเซล (Diesel) ด้วยการมีต้นอ่อนที่บางและมีลักษณะที่ค่อนข้างบอบบาง เอซีดีซีจะงอกงามอย่างยิ่งเมื่อปลูกในเรือนกระจกมากกว่าในร่ม การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีหลักฐานสนับสนุนว่าหากต้องการสารที่ใช้ในการออกฤทธิ์เพื่อคลายกังวล ด้านการอักเสบ ต้านอาการชัก และระงับปวด เอซีดีซีเป็นตัวเลือกที่ดีในการนำมาเป็นวัตถุดิบสกัดเพื่อผลิตน้ำมัน CBD เนื่องจากมีอัตราส่วน CBD:THC ที่สูงจึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเป็นทิงเจอร์ CBD หมายเหตุ โดยทั่วไปแล้ว เอซีดีซีจะผลิต CBD:THC ในอัตราส่วน 24:1 ทว่าจะมีความแตกต่างกันไปเล็กน้อย ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเอพิเจเนติกที่มีผลกระทบต่อการแสดงออกของยีนและอาจมีอัตราส่วนได้ถึง 36:1 ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เนื่องจากบางเขตอำนาจศาลจำกัดการเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์ของสายพันธุ์ที่มี CBD เพียงตัวเดียวและผลิต THC น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะปรากฏของเอซีดีซีที่อัตราส่วน […]